‘ลลิล พร็อพเพอร์ตี้’ ประกาศพร้อมผลประกอบการไตรมาสแรก เติบโต 14% รับรู้รายได้ 657.1 ล้านบาท กำไรสุทธิ 114 ล้านบาท

บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2560 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดรับรู้เงินได้ที่ 657.1 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 14% และเติบโตดีกว่าภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเดียวกันที่ชะลอตัว นอกจากนี้บริษัทยังคงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในไตรมาสแรกบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิที่ 114.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 10% ขณะที่ยอดขายใหม่เพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ราว 900 ล้านบาท เตรียมลุยโครงการใหม่อีก 5-6 ทำเล จากไตรมาสแรกเปิดขาย 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1,850 ล้านบาท

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯภายใต้คอนเซ็ปท์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียนหลายรายที่ประกาศออกมาพบว่าตลาดโดยรวมชะลอตัว เพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาไม่เอื้ออำนวยมากนัก โดยมีการชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 แล้ว อย่างไรก็ดี บริษัทได้มีการประเมินสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจและตลาดโดยรวมได้ถูกต้อง จึงดำเนินการวางแผนงานกลยุทธ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์ ส่งผลทำให้บริษัทยังคงมีผลประกอบการที่ขยายตัวได้ โดยมียอดรับรู้เงินได้ในไตรมาสแรกนี้ที่ 662.1 ล้านบาท ขยายตัวราว 14% และบริษัทยังคงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในไตรมาสแรกบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิที่ 114.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 10% ขณะที่ยอดขายใหม่เพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ราว 900 ล้านบาท

สำหรับการขยายธุรกิจ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดโครงการใหม่ไปแล้วทั้งสิ้น 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1,850 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มรับรู้เงินได้ตั้งแต่ไตรมาสสองเป็นต้นไป โดยตามแผนงาน บริษัทเตรียมที่จะเปิดโครงการใหม่อีกราว 5 – 6 โครงการในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีการขยายตัวที่มั่นคงต่อไป ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาสแรกนี้ บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.86 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมของอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ราว 1.4 เท่า นอกจากนี้บริษัทมีการใช้แหล่งเงินทุนที่หลากหลาย ตลอดจนมีวงเงินสำรองที่ไม่ได้เบิกใช้อีกจำนวนมาก สะท้อนถึงความแน่นหนานักขายบ้านมืออาชีพด้านการเงินของบริษัทได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติจัดสรรกำไรสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2559 โดยให้จ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท ในอัตรา 8.25 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ รวมทั้งอนุมัติให้จ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.1385 ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.125 บาท ดังนั้นจะคงเหลือจ่ายปันผลเป็นเงินสด ในงวดนี้อีก 0.0135 บาท ในส่วนของหุ้นปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับนั้น จะสามารถเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 นี้

Read more article at ‘ลลิล พร็อพเพอร์ตี้’ ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก เติบโต 14% รับรู้รายได้ 657.1 ล้านบาท กำไรสุทธิ 114 ล้านบาท.

JSP แสดงผลประกอบการ Q1/60 สุดอลังการ ทุบสถิติกวาดเงินรายได้ 1,043 ล้านบาท โตกระฉูด 93.50%

JSP โชว์ผลประกอบการ Q1/60 สุดอลังการ ทุบสถิติกวาดรายรับ 1,043 ล้านบาท โตกระฉูด 93.50 % กำไรสุทธิ 48 ล้านบาท ปรับกลยุทธ์เดินหน้าพัฒนาโครงการในพื้นที่กรุงเทพ-ปริมณฑล กว่า 23 โครงการ 18 ทำเลทอง ราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท รองรับดีมานด์กลุ่มลูกค้า กอดแบ็กล็อคกว่า 4,000 ล้านบาท มั่นใจนักขายบ้านมืออาชีพรายรับทั้งปีแตะ 5,000 ล้านบาท เติบโตไม่น้อยกว่า 20%

นายสิทธิพร รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เผยถึง ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 ว่า บริษัทมีผลประกอบการที่โดดเด่นและเป็นการทำสถิติผลประกอบการเติบโตสูงสุด โดยมีรายได้รวม 1,043 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 539 ล้านบาท จำนวน 504 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 93.50% และมีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2560 และ ไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดโอนกรรมสิทธิอสังหาริมทรัพย์เพื่อการจำหน่ายสะสมรวมกัน จำนวน 2,864 ยูนิต และ 1,073 ยูนิต ตามลำดับ โดยในไตรมาส 1/60 มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยอยู่ที่ 999 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 524 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 475 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.65% และมีรายได้จากการให้เช่าและบริการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยสำหรับไตรมาส 1/2560 เท่ากับ 24 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.30% ของรายได้รวม ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนไตรมาส 1/59 เท่ากับ 7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.30% ของรายได้รวม

โดยผลประกอบการมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากที่บริษัทมีการรับรู้รายรับจากการโอนกรรมสิทธิ์เข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จากทาวน์เฮ้าส์ ในโครงการ JSP City สุขุมวิท-แพรกษา, รังสิตคลอง1 คอนโดมิเนียมโครงการไมอามี่ และทิวลิป สแควร์, อาคารพาณิชย์โครงการสำเพ็ง 2 และบางปะกง-บ้านโพธิ์ อีกทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับมา จึงส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบการสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

สำหรับทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/59 บริษัทมองว่าจะยังคงเติบโตอยู่ในทิศทางที่ดีและมั่นใจว่าจะสร้างการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งแนวราบและแนวสูงในปีนี้เพิ่มอีก มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท อาทิ โครงการ เจ แกรนด์ สาทร–กัลปพฤกษ์, เจ ซิตี้ รัตนาธิเบศร์–บางบัวทอง, เจ วิลล่า วงแหวนบางใหญ่, เจ ซิตี้ อัสสัมชัญ–ศรีราชา เจ คอนโด บางเสร่และโครงการย่านพระราม 4 ปัจจุบันบริษัทมีแบ็กล็อกในมือกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในต้นปี 2561

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นกลยุทธ์การบริหารสต๊อกสินค้า เพิ่มยอดขาย และเร่งโอน พร้อมเน้นโครงการที่เปิดแล้ว ภายใต้คอนเซปต์สินค้า “ทำเลดี ราคาเป็นมิตร” พร้อมมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังได้รับความเชื่อมั่นจากธนาคารชั้นนำต่างๆกว่า 10 ธนาคารที่ร่วมเป็นพันธมิตร และยกระดับการให้วงเงินสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยในแบบพิเศษสำหรับลูกค้า ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญและทำให้มั่นใจว่าปี 2560 บริษัทจะสามารถทำรายได้ที่ 5,000 ล้านบาท หรือเติบโตไม่น้อยกว่า 20% ตามที่ตั้งเป้าไว้

Read more content at JSP แสดงผลประกอบการ Q1/60 สุดอลังการ ทุบสถิติกวาดเงินรายได้ 1,043 ล้านบาท โตกระฉูด 93.50%.

ภาครัฐ-เอกชน ผนึกกำลัง กระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์อุบลฯ

THBA เปิดเผยตลาดที่อยู่อาศัย 4 เดือนแรกจังหวัดอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียงยังทรงตัว ขณะที่ธนาคารคุมเข้มสินเชื่อที่อยู่อาศัย ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยแนวโน้มเติบโตด้วยชัยภูมิที่ตั้งโดดเด่น ที่สำคัญเป็นประตูเปิดสู่การค้ากับสปป.ลาว แนะผู้ประกอบการผนึกพลังยกระดับตลาดและกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคแบบรวมกลุ่ม ผ่านกิจกรรมอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง ด้านม.ราชภัฏอุบลฯ เปิดเผยยินดีร่วมสนับสนุนสถานที่จัดงานฯ และจัดกิจกรรมทางวิชาการ เชื่อผู้ประกอบการและประชาชนได้รับประโยชน์ ขณะที่โฮมแอนด์รีสอร์ตอาสาเป็นแกนนำสร้างเวทีกลาง หวังตอบโจทย์ผู้ประกอบการและผู้บริโภค มั่นใจช่วยยกระดับภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยอุบลฯ เติบโต พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมชมงานฯ ระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน 60 นี้ ณ หอประชุมไพรพะยอม ม.ราชภัฏอุบลราชธานี คาดมีเม็ดเงินสะพัด 500 ล้านบาท

นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดบ้านและที่อยู่อาศัยในช่วง 4 เดือนแรกปี 2560 นี้ จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง อาทิ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร ยังอยู่ในภาวะทรงตัวต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ปัจจัยหลักสาเหตุเป็นเพราะ
1.ประชาชนยังมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจประเทศ ดังนั้นจึงค่อนข้างระมัดระวังและใช้ระยะเวลาตัดสินใจลงทุนเรื่องที่อยู่อาศัยนานขึ้น และ
2.ธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เข้มงวดและระมัดระวังการให้กู้ยืมมากกว่าปกติ เพราะต้องการหลบตัวแทนอสังหาริมทรัพย์อุปสรรคหนี้ไม่ก่อให้เกิดเงินได้หรือเอ็นพีแอล
ซึ่งทั้ง 2 สาเหตุกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัย และกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ประเมินว่าจังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในเขตภาคอีสานตอนใต้ จัดได้ว่าเป็นจังหวัดหลักของกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง อันได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร ซึ่ง จ.อุบลฯ ยังมีสนามบินนานาชาติ ทำให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็ว ทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีประตูการค้าชายแดนเชื่อมโยงทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านหรือสปป.ลาว นอกจากนี้ ประชากรของจังหวัดอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียงก็มีจำนวนมาก ตลาดที่อยู่อาศัยจึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

ดังนั้นผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจรับสร้างบ้าน จึงควรหันมาร่วมมือกันปลุกตลาดรวมที่อยู่อาศัยในจังหวัดอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียง ผ่านกิจกรรมการตลาดแบบรวมกลุ่มหรืออีเว้นท์มาเก็ตติ้ง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างสีสันทางการตลาดในช่วงครึ่งปีแรก โดยเร็วๆ นี้ ทางสมาคมฯ ร่วมกับ นิตยสารโฮมแอนด์รีสอร์ต และสาขาเทคโนโลยีโยธา คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เตรียมจัดงานมหกรรมบ้านและวัสดุก่อสร้างอุบลราชธานีขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้เป็นเวทีกลาง และร่วมกันกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

รศ.ธรรมรักษ์ ละอองนวล อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กล่าวเสริมว่าในฐานะมหาวิทยาลัยฯ เป็นผู้ร่วมจัดงานฯ ครั้งนี้ รู้สึกมีความยินดีที่ภาคธุรกิจอสังหาฯ รับสร้างบ้าน และวัสดุก่อสร้างเลือกหอประชุมไพรพะยอมของมหาวิทยาลัยฯ เป็นสถานที่จัดงานมหกรรมบ้านฯ ในส่วนของคณาจารย์สาขาเทคโนโลยีโยธา คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ของมหาวิทยาลัยเองก็เตรียมพร้อมจัดกิจกรรมทางวิชาการเอาไว้ด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการนำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมการก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ สำหรับผู้ประกอบการ ผู้บริโภค นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจจะได้เรียนรู้และสัมผัส ผ่านการจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “Home 4.0 ก้าวต่อไป ธุรกิจสร้างบ้านและที่อยู่อาศัย” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างบ้านและวัสดุก่อสร้างชั้นนำร่วมเป็นวิทยากร รวมถึงการสาธิตใช้เครื่องมือก่อสร้างที่ทันสมัย โดยตัวแทนผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเครื่องพ่นปูนฉาบชั้นนำจากประเทศเยอรมัน

นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังจัดกิจกรรม “การแข่งขันออกแบบโครงสร้างไม้ไอศครีม” ที่เป็นไอเดียการออกแบบและจำลองโครงสร้างเพื่อรับน้ำหนักบรรทุก ของนักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งนี้มหาวิทยาลัยฯ เปิดโอกาสให้สมัครแข่งขันได้ทั้งระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยมีทุนการศึกษาและของรางวัลรวมมูลค่า 3 หมื่นบาท พร้อมรับประกาศนียบัตรมอบให้ทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศ จึงขอเชิญชวนนักเรียนนักศึกษาและผู้ปกครองที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันและชมงานฯ ครั้งนี้ เชื่อว่าทุกท่านจะได้รับความรู้และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของเยาวชนในอนาคต

นายกมลวัฒน์ ตุลยสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ นิตยสารโฮมแอนด์รีสอร์ต กล่าวเพิ่มเติมว่า โฮมแอนด์รีสอร์ตนอกจากจะเป็นนิตยสารที่นำเสนอผลงานออกแบบบ้านและรีสอร์ตที่มีเอกลักษณ์แล้ว ยังเป็นผู้บริหารการจัดงาน “มหกรรมบ้านและวัสดุก่อสร้าง” หรือ Thailand Home & Building Material Fair: THBF อีกด้วย สำหรับงานมหกรรมบ้านฯ อุบลราชธานี ในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดหรือขยายการจัดงานออกมาในต่างจังหวัด จากเดิมที่จัดงานอยู่เฉพาะในส่วนกลางหรือศูนย์แสดงสินค้าฯ อิมแพคเมืองทองธานีเท่านั้น

เหตุผลหลัก ๆ ที่เลือกมาจัดงาน ณ จังหวัดอุบลราชธานีเป็นแห่งแรก ก็เพราะมองเห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยและวัสดุก่อสร้างจังหวัดอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียงนั้น มีโอกาสและสามารถขยายตัวได้อีกมาก ดังจะเห็นว่ามีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ในท้องถิ่นและรายใหญ่จากส่วนกลาง เริ่มเข้ามาปักธงและแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้ผู้ประกอบการมีความตื่นตัว และจะนำไปสู่การพัฒนาตลาดที่อยู่อาศัยให้เติบโตในเชิงคุณภาพ รวมถึงผู้บริโภคเองก็จะได้มีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น

อย่างไรก็ดี จากการศึกษาข้อมูลพบว่าจังหวัดอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียง ยังไม่มีเจ้าภาพจัดเวทีกลางหรืองานแสดงที่อยู่อาศัยและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องแบบรวมกลุ่ม เพื่อจะสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย พร้อมๆ กับสร้างการจดจำกับผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป ดังนั้นนิตยสารโฮมแอนด์รีสอร์ต และสมาคมไทยรับสร้างบ้าน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จึงขอโอกาสนี้อาสาทำหน้าที่เป็นผู้สร้างเวทีกลาง เพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้มาพบปะกันโดยตรง เชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ และปลุกตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2560 ให้คึกคักมากขึ้น

มหกรรมบ้านฯ อุบลราชธานี นอกจากจะมีผู้ประกอบการบ้านจัดสรร คอนโด รับสร้างบ้าน เครื่องมือก่อสร้าง ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ทั้งจากส่วนกลางและในท้องถิ่น รวมถึงธนาคารชั้นนำผู้ให้บริการสินเชื่อบ้านหรือที่อยู่อาศัย ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฯลฯ มาร่วมออกบูธโชว์ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก อาทิเช่น คลีนิกบ้านที่ให้คำปรึกษาเรื่องสร้างบ้านซ่อมบ้าน โดยสถาปนิกและวิศวกรผู้เชียวชาญ กิจกรรมเสวนาศาสตร์ฮวงจุ้ยตอน “ตำแหน่งขุมทรัพย์ ปูทางรวย” โดยอาจารย์เจน เปิดลิขิต ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ฮวงจุ้ย และหนึ่งในนักพยากรของมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กิจกรรมประกวดภาพถ่ายภายใต้แนวคิด “บ้านนอกเมือง” ชิงทุนการศึกษารวม 3 หมื่นบาท นอกจากนี้ผู้ลงทะเบียนเข้าชมงานทุกท่าน ยังได้ลุ้นรับรางวัลเครื่องนวดเท้าไฟฟ้ามูลค่า 4 หมื่นบาท และลุ้นรับสมาชิกนิตยสารโฮมแอนรีสอร์ต 1 ปี จำนวน 10 รางวัล ฯลฯ

งานฯ ดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ หอประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน 2560 ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. ของทุกวัน สำหรับผู้บริโภคที่กำลังจะสร้างหรือซื้อที่อยู่อาศัยหลังใหม่ ไม่ควรพลาดงานนี้ เพราะท่านจะได้พบกับโปรโมชั่น ลด แจก แถม ที่ดีที่สุดในรอบปีจากผู้ประกอบการชั้นนำที่มาร่วมออกบูธ โดยคาดว่าจะมีการซื้อขายและมีเม็ดเงินสะพัดภายในงาน 400-500 ล้านบาท จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคและประชาชนที่สนใจมาร่วมชมงานนี้กัน นายกมลวัฒน์ กล่าวสรุป

For related content, please visit ภาครัฐ-เอกชน ผนึกกำลัง ส่งเสริมตลาดอสังหาริมทรัพย์อุบลฯ.

ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ชีวิตมีระดับ เปิดออฟฟิศใหม่ ณ ภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค

เมื่อเร็วๆนี้ โดยอาคาร ภิรัชทาวเวอร์ แอค ไบเทค ได้ทำการต้อนรับ บมจ. ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เข้ามาเป็นผู้เช่ารายล่าสุดของโครงการด้วยความยินดี ณ อาคารสำนักงานเกรดเอ ในย่านธุรกิจสุขุมวิท–บางนา โดยอาคารสำนักงานแห่งนี้เป็นโครงการที่ถูกออกแบบภายใต้แนวความคิด “Defining your Workplace” โดยนำเสน่ห์ดึงดูดด้านทิวทัศน์ซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดแถวธุรกิจ ผสมผสานกันระหว่างสไตล์โมเดิร์นกับการตกแต่งแบบร่วมสมัย ทั้งยังคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้กล่าวระหว่างพิธีลงนามเซ็นสัญญาว่า “อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอค ไบเทค ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการในด้านการคมนาคมที่สะดวก แต่ยังทำให้เรารู้สึกประทับใจกับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน ทั้งยังติดตั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย และล้อมรอบไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับพนักงาน”

นายปิติภัทร บุรี กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทางออล อินสไปร์ ได้เลือกภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค เป็นสำนักงานแห่งใหม่ เพราะมีวิสัยทัศน์คล้ายกับกลุ่มบริษัทภิรัชบุรีที่ไม่เคยหยุดนิ่งกับความสำเร็จ เราตระหนักอยู่เสมอว่า เราไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงในด้านคุณภาพของอาคารสถานที่เท่านั้น แต่จะยังต้องสามารถนำเสนอชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่มีคุณภาพเหนือระดับความต้องการให้แก่ผู้เช่า และอาคารสำนักงานเกรดเอนี้ ได้ออกแบบ ภายใต้ความคิดการใช้งานที่ผสมผสาน บนพื้นที่สุขุมวิท–บางนา โดยสามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้เช่า และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัว”

ภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค อาคารสำนักงานเกรดเอสูง 29 ชั้น ขนาด 32,000 ตารางเมตร เชื่อมต่อกับ สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส บางนา และ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค นอกจากนี้ ยังนำเสนอบรรยากาศในการทำงานรูปแบบใหม่ ด้วยแนวคิดผสมผสานการใช้ประโยชน์พื้นที่ในรูปแบบต่างๆแก่พนักงานและผู้ประกอบการ

Please visit ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ชีวิตมีระดับ เปิดออฟฟิศใหม่ ณ ภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค for more content.

SC แสดงยอดขายไตรมาสแรกเติบโต 30% ปลื้มกลุ่มบ้านเดี่ยวราคา 3-10 ลบ. เติบโต 43% พร้อมกับโครงการ 28 Chidlom (ทเวนตี้เอท ชิดลม) ได้รับการตอบรับดีมาก

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพทุกระดับราคา กล่าวว่า “ไตรมาส 1/60 บริษัทมียอดขาย 3,420 ล้านบาท เติบโต 30 % เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากการได้รับการตอบรับที่ดีจากโครงการแนวราบและแนวสูง คือ

กลุ่มบ้านเดี่ยวราคา 3-10 ล้านบาท ในแบรนด์ “เวนิว” และ “เพฟ” มียอดขายเติบโต 43%
พร้อมกับโครงการ 28 Chidlom (ทเวนตี้เอท ชิดลม) คอนโดมิเนียม ระดับไฮเอนด์ทำเลบนถนนชิดลม มียอดพรีเซลส์ ณ ปัจจุบันถึง 70% จากเฟสแรกของอาคาร The Tower
โดยมีรายได้รวม 1,756 ล้านบาท กำไรสุทธิ 75 ล้านบาท พร้อมมียอดขายรอโอน หรือ Backlog ประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นยอดโอนในปีนี้ประมาณ 30%” นายณัฐพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 2/60 ว่า “SC จะเปิด 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 3,100 ล้านบาทได้แก่

โครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ศรีนครินทร์ ตั้งอยู่ติดถนนศรีนครินทร์ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เยื้องซีคอน พื้นที่กว่า 37 ไร่ มูลค่าโครงการ 2,400 ล้านบาท จำนวน 73 ยูนิต ราคาเริ่ม 25 ล้านบาท เปิดจองครั้งแรก วันที่ 20-21 พ.ค.นี้

โครงการ เวนิว พระราม 5-2 ตั้งอยู่บนถนนนครอินทร์ พื้นที่กว่า 20 ไร่ มูลค่าโครงการ 760 ล้านบาท จำนวน 90 ยูนิต ราคาเริ่ม 5.99 ล้านบาท เปิดจองครั้งแรก วันที่ 3-4 มิ.ย.นี้”

นอกจากนี้เป็นครั้งแรกของแวดวงอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนอสังหาฯ ที่นำเทคโนโลยีทันสมัย Virtual Reality (VR) ให้ลูกค้ารับชมตัวอย่างบ้านผ่านเว็บไซต์เสมือนจริงแบบ 360 องศาได้ที่ https://goo.gl/0qGHOv และ www.facebook.com/scasset

นายณัฐพงศ์ กล่าวสรุปว่า “เราจะนำนวัตกรรมมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้า พร้อมกับแก้ปัญหาที่เป็น pain points ของผู้อยู่อาศัย ด้วยแนวคิด human-centric ที่เข้าใจถึงพฤติกรรม และความต้องการของมนุษย์ โดยจะมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่มีทั้งนวัตกรรมและคุณภาพสูงในทุกระดับราคา”

Read related article at SC โชว์ยอดขายไตรมาสแรกเติบโต 30% ปลื้มกลุ่มบ้านเดี่ยวราคา 3-10 ลบ. เติบโต 43% พร้อมกับโครงการ 28 Chidlom (ทเวนตี้เอท ชิดลม) ได้รับการยอมรับดีมาก.

จัดหนัก!เปแอสเชทุ่มเต็มที่หวังคว้า4แข้งดัง

สื่อสเปนตีข่าว 4 นักเตะชื่อดังอย่าง ฟาบินโญ่, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, ราฟาเอล เกอร์เรโร่ และ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ต่างตกเป็นเป้าหมายที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมยื่นข้อเสนอมากถึง 240 ล้านยูโร หวังดังตัวมาเสริมทัพให้ได้ อีกทั้ง “เปแอสเช” ยังวางแผนรั้ง มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ชาวอิตาเลียน อีกด้วย

“สปอร์ต” หนังสือพิมพ์ชื่อดังของสเปน รายงานข่าวว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส หวังทุ่มเงินมหาศาลถึง 240 ล้านยูโร (ราว 9,360 ล้านบาท) คว้าตัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูดาวรุ่งของ เอซี มิลาน, ราฟาเอล เกอร์เรโร่ แบ็กซ้ายอนาคตไกล โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึง ฟาบินโญ่ กับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ 2 ผู้เล่นคนสำคัญของ อาแอส โมนาโก มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

รายงานระบุว่า “เปแอสเช” พร้อมเสริมทัพครั้งใหญ่ด้วยการควักเงินมากถึง 135 ล้านยูโร (ประมาณ 5,265 ล้านบาท) เพื่อซื้อ เอ็มบัปเป้ รวมถึงยังเล็งดึง 3 แข้งอย่าง ฟาบินโญ่ ด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร (ราว 1,638 ล้านบาท), ดอนนารุมม่า กับ เกอร์เรโร่ ในราคาเท่ากันที่ 39 ล้านยูโร (ราว 1,521) นอกจากนี้ พวกเขายังวางแผนรั้งตัว มาร์โก แวร์รัตติ ห้องเครื่องทีมชาติอิตาลี ด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่ที่จะทำให้เขาได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านยูโร (ประมาณ 468 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล ด้วย

โทรทางไกลราคาถูก ขณะเดียวกัน คาดว่า ทีมของ อูไน เอเมรี่ อาจต้องโละทิ้งนักเตะหลายคนพ้นทีมไป โดยมี เฆเซ่ โรดริเกซ, ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา, แบลส มาตุยดี้, ลูคัส มูร่า, อัลฟงส์ อเรโอล่า และ เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค อยู่ในลิสต์รายชื่อ

For more content, please visit จัดหนัก!เปแอสเชทุ่มเต็มที่หวังคว้า4แข้งดัง.

จัดหนัก!เปแอสเชทุ่มเต็มที่หวังคว้า4แข้งดัง

สื่อสเปนตีข่าว 4 นักเตะชื่อดังอย่าง ฟาบินโญ่, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, ราฟาเอล เกอร์เรโร่ และ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ต่างตกเป็นเป้าหมายที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมยื่นข้อเสนอมากถึง 240 ล้านยูโร หวังดังตัวมาเสริมทัพให้ได้ อีกทั้ง “เปแอสเช” ยังวางแผนรั้ง มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ชาวอิตาเลียน อีกด้วย

“สปอร์ต” หนังสือพิมพ์ชื่อดังของสเปน รายงานข่าวว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส หวังทุ่มเงินมหาศาลถึง 240 ล้านยูโร (ราว 9,360 ล้านบาท) คว้าตัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูดาวรุ่งของ เอซี มิลาน, ราฟาเอล เกอร์เรโร่ แบ็กซ้ายอนาคตไกล โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึง ฟาบินโญ่ กับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ 2 ผู้เล่นคนสำคัญของ อาแอส โมนาโก มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

รายงานระบุว่า “เปแอสเช” พร้อมเสริมทัพครั้งใหญ่ด้วยการควักเงินมากถึง 135 ล้านยูโร (ประมาณ 5,265 ล้านบาท) เพื่อซื้อ เอ็มบัปเป้ รวมถึงยังเล็งดึง 3 แข้งอย่าง ฟาบินโญ่ ด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร (ราว 1,638 ล้านบาท), ดอนนารุมม่า กับ เกอร์เรโร่ ในราคาเท่ากันที่ 39 ล้านยูโร (ราว 1,521) นอกจากนี้ พวกเขายังวางแผนรั้งตัว มาร์โก แวร์รัตติ ห้องเครื่องทีมชาติอิตาลี ด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่ที่จะทำให้เขาได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านยูโร (ประมาณ 468 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล ด้วย

โทรทางไกลราคาถูก ขณะเดียวกัน คาดว่า ทีมของ อูไน เอเมรี่ อาจต้องโละทิ้งนักเตะหลายคนพ้นทีมไป โดยมี เฆเซ่ โรดริเกซ, ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา, แบลส มาตุยดี้, ลูคัส มูร่า, อัลฟงส์ อเรโอล่า และ เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค อยู่ในลิสต์รายชื่อ

กคช.จัดแจงประชุมวิพากษ์ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี

การเคหะแห่งชาติจัดการประชุมวิพากษ์ (ร่าง) ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) โดยมี พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานการประชุมฯ และ ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้องด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยเข้าร่วมเสวนาหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 เวลา ณ ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาเชิงรุกที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมเชิงบูรณาการของหน่วยงานภายในกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับภูมิภาคและท้องถิ่นตามแนวทาง “ประชารัฐ” ซึ่งมีความสอดคล้องกับนโยบายการบริหารและการพัฒนาที่เน้นเรื่องการพัฒนาที่อาศัยนักขายบ้านมืออาชีพผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ทุกกลุ่มจุดมุ่งหมาย และเพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในการอยู่อาศัยให้แก่ประชาชนทุกกล่มจุดมุ่งหมายในช่วงระยะเวลา 20 ปี

ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้ดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ขึ้น โดยสานต่อการพัฒนาที่อาศัยทั่วประเทศตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 10 ปี (พ.ศ. 2559 – 2568) เพื่อใช้เป็นกรอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะยาว และเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่มจุดมุ่งหมาย และครอบคลุมในทุกมิติ ภายใต้วิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 : SMART Housing” ซึ่งบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ อาทิ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ การเคหะแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นต้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน โดยมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ด้านที่อยู่อาศัยที่มุ่งเน้นให้มีปริมาณที่อาศัยที่กลุ่มจุดมุ่งหมายสามารถรับภาระได้อย่างเพียงพอ ประชาชนมีความมั่นคงในการอยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ และเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม รวมทั้งมีการบริหารจัดการด้านการอยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติได้จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากมีกลุ่มเป้าหมายหลักที่อยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ฯ คือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้รับมอบหมายให้พัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับประมาณ 2 ล้านหน่วย สำหรับภาพรวมของการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการหารือแนวความคิดและทิศทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคต โดยจะต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องด้วยจำนวนหน่วยที่ต้องดำเนินการปริมาณที่ค่อนข้างมาก ภาครัฐจึงมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการหลายเรื่อง เช่น การจัดหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการด้านการเงิน ซึ่งควรจะมีการจัดตั้งกองทุนขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในการจัดหาที่อยู่อาศัย แต่ต้องมีการป้องกันความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดหนี้ NPL มากขึ้น ส่วนมาตรการที่อยู่อาศัยในอนาคตจะมุ่งเน้นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งในระยะอันใกล้นี้ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ เป็นต้น

สำหรับผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กรุงเทพมหานคร กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง เป็นต้น หน่วยงานภาคเอกชน อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี ซีเมนต์ – ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด เป็นต้น และหน่วยงานภาคประชาสังคม อาทิ มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิอิสรชน มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และนายสุชินทร์ เอี่ยมอินทร์ (ลุงดำ) นายกสมาคมคนไร้บ้าน เป็นต้น

Please visit กคช.จัดแจงประชุมวิพากษ์ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี for more article.

เอพี ไทยแลนด์ ปลื้มยอดจำหน่าย LIFE ลาดพร้าว เปิดขาย 2 วันสร้างยอดจำหน่ายได้แล้ว 75% มูลค่ากว่า 5,800 ล้านบาท สะท้อนภาพตลาดอสังหาฯ กลับสู่ภาวะการซื้อขายปกติ

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาคอนโดมิเนียมติดแนวรถไฟฟ้าสำหรับคนเมือง ประกาศยอดขาย LIFE ลาดพร้าว โครงการร่วมทุนกับกลุ่ม มิตซูบิชิ เอสเตทลำดับที่ 9 ด้วยยอดขาย 2 วัน มากถึง 75% มูลค่ากว่า 5,800 ล้านบาท ทะลุทะลวงคอนโดใหม่ ในกรุงเทพวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เชื่อผลตอบรับดีเพราะซับพลายที่มีอยู่สวนทางกับภาพการเจริญของย่านลาดพร้าวในอนาคต พร้อมมั่นใจยอดขายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นเรียวดีมานด์ที่ซื้อเพื่ออยู่จริง ด้วยจุดต่างของโครงการทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง การออกแบบ และมูลค่าเพิ่มในอนาคต

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าจากการเปิดจอง LIFE ลาดพร้าว คอนโดมิเนียมร่วมทุนโปรเจคที่ 9 กับพันธมิตรญี่ปุ่น มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป มูลค่าโครงการ 7,600 ล้านบาท จำนวน 1,615 ยูนิต เมื่อวันที่ 20-21 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเกินวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้อย่างมาก โดย 2 วันที่เปิดขายบริษัทฯ สามารถสร้างยอดขาย LIFE ลาดพร้าวได้มากถึง 75% จำนวน 1,209 ยูนิต หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 5,800 ล้านบาท ซึ่งยอดขายและบรรยากาศวันพลีเซลที่เกิดขึ้นนั้น ถือเป็นภาพสะท้อนได้อย่างดีต่อสภาวะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในวันนี้ว่าความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคกลับคืนสู่ภาวะปกติ ผู้บริโภคพร้อมที่จะซื้อของหากสินค้านั้นมีจุดต่างและแพคเกจราคาที่ผู้บริโภครับได้

“ยอดขายของ LIFE ลาดพร้าวถือว่าดีเกินกว่าเป้าที่เราตั้งไว้ จริงๆ แล้วเราตั้งเป้าขาย 2 วันไว้เพียง 800 ยูนิตหรือครึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่ด้วยจำนวนซับพลายที่มีอยู่ในตลาดย่านลาดพร้าวนั้น สวนทางกับภาพการเจริญของทำเลนี้ อย่างมาก อีกทั้งแผนการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีเขียวหมอชิต-สะพานใหม่ ที่ขาสถานีห้าแยกลาดพร้าวจะลงตรงหน้า โครงการ LIFE ลาดพร้าวจะสร้างเสร็จในช่วงเวลาเดียวกับการพัฒนาโครงการในปี 2563 ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมมูลค่า ให้กับโครงการนี้ยิ่งขึ้น ซึ่งจากการพูดคุยกับลูกค้าวัตถุประสงค์ในการซื้อส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และ บางส่วนซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวอย่างการปล่อยเช่า เพราะเห็นโอกาสในอนาคตอย่างมาก”

ทั้งนี้ LIFE ลาดพร้าว ยังคงเหลือห้องชุดพร้อมขาย ทั้งในแบบ Studio ขนาด 28 ตารางเมตร ห้องชุด 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตารางเมตร และห้องชุด 2 ห้องนอน ขนาด 48.5-75 ตารางเมตร อีกประมาณ 400 ยูนิต ซึ่งสำนักงานขายจะพร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมห้องตัวอย่างและดูรายละเอียดโครงการได้อีกครั้งในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษมากมาย

LIFE ลาดพร้าว คอนโดมิเนียมที่โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งที่เพียงหนึ่งก้าวจากบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว พร้อมเป็นศูนย์กลางคมนาคมที่เชื่อมต่อการเดินทางสู่เมืองที่หลากหลาย ทั้งติดรถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้ทางด่วน สะดวกในการ เดินทางเชื่อมต่อ 3 ถนนสายหลักของกรุงเทพฯ นอกจากนั้นแล้ว LIFE ลาดพร้าวยังเป็นคอนโดมิเนียมแห่งแรก ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการวางระบบโครงสร้างภายในและการผสานเทคโนโลยีที่จะมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการอยู่อาศัยแบบดิจิตอลไลฟ์อย่างเต็มรูปแบบภายใต้วิสัยทัศน์ AP Digital Community

Please visit เอพี ไทยแลนด์ ปลื้มยอดขาย LIFE ลาดพร้าว เปิดขาย 2 วันสร้างยอดขายได้แล้ว 75% มูลค่ากว่า 5,800 ล้านบาท สะท้อนภาพตลาดอสังหาฯ กลับสู่ภาวะการซื้อขายปกติ for related post.

ซัปโปโรเล็ง “เจ&เจย์โบ”เสียบแทนจูลินโญ่เดี้ยงยาว

มีรายงานออกมาว่า คอนซาโดเล่ ซัปโปโร อาจจะต้องพลาดการใช้งาน จูลินโญ่ หรือ ชูลิโอ เซซ่าร์ โกดินโญ่ คาโตเล่ ดาวเตะวัย 30 ปี ที่สามารถเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวรุกและกราบซ้าย ได้รับอาการบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าฉีก ทำให้ต้องพัก 6 เดือน ปิดเทอมยาวไปเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งจากอาการบาดเจ็บครั้งนี้ของ จูลินโญ่ ทำให้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร จะเข้าสู่การเสริมทัพแน่นอน โดยเฉพาะการดึงนักเตะต่างชาติเข้ามาแน่นอน ทว่าจะมีการให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้เล่นในตำแหน่งการสร้างสรรค์เกมรุกหรือกองหน้าตัวต่ำ

โลชั่นบำรุงผิว โดยมีรายงานว่า เจย์ โบธรอยด์ อดีตกองหน้า เอสซีจี เมืองทองฯ และทีมชาติอังกฤษ เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีโอกาสเข้ามาร่วมทีม หลังจากมีการประชุมกันภายในแล้วว่าน่าจะมีชื่อมาร่วมซ้อมด้วย เพราะเจ้าตัวมีประสบการณ์ในการเล่นให้กับ จูบิโล่ อิวาตะ มาแล้ว ในปี 2015-2016 นอกจากนี้ยังมีข่าวออกมาว่า คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ยังต้องการแข้งบราซิลในตำแหน่งเพลเมกเกอร์มาเสริมทีมอีกด้วย ทั้งนี้ยังต้องมีการหารือระหว่างทีมสตาฟฟ์และผู้บริหารของสโมสรต่อไป

Read more content at ซัปโปโรเล็ง “เจ&เจย์โบ”เสียบแทนจูลินโญ่เดี้ยงยาว.